สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

ไปหน้าเว็บ www.agoda.com
Google

orther WeB
www.gotwodays.com




วิธีการเพิ่มเรื่องเล่าการเดินทาง
วิธีการเพิ่มที่กิน/ที่เที่ยว/เทศกาล
วิธีการเพิ่มภาพในเนื้อหา


ขอบคุณอีกครั้งที่ชื่นชอบเว็บของเรา...
ใกล้ไกลไปเที่ยวกัน 2 วัน 1 คืน


วัดพระบาทผาหนาม อำเภอลี้ ลำพูน
   เปิดอ่านแล้ว 8,865 ครั้ง



วัดผาหนาม อ.ลี้ ลำพูน

พระพุทธบาทผาหนาม ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 6 อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอนี้ เพราะในวันที่ 13 -17 เดือนเมษายน ของทุกปี จะมีงานนมัสการสรงน้ำ เป็นประจำ โดยจะมีประชาชนทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลกันมาทำบุญเป็นจำนวนมาก ลักษณะพระบาทเป็นรอยค่อนข้างชัดเจนเหยียบประทับไว้บนแผ่นหินบนดอยผาหนาม



ปัจจุบันสร้างมณฑปรูปเจดีย์ครอบไว้และพุทธศาสนิกชนต่างให้ความศรัทธาว่าเป็น รอยพระบาทของพระองค์ รอยพระบาทแห่งนี้จะถูกค้นพบมานานเท่าไรไม่ปรากฎ แต่จากหลักฐานที่พบ เข้าใจว่าจะเป็นวัดมาก่อน เพราะพบซากอิฐปรักหักพัง และรายชื่อเจ้าอาวาสที่ได้ครอบครองวัด จากตำนานของวัดได้กล่าวถึง มีจำนวนถึง 8 รูป นับย้อนหลังอายุการครองวัดไปเกือบถึงสามร้อยปี จากนั้นวัดพระพุทธบาทผาหนาม ก็ได้รกร้างว่างเปล่าไปเป็นเวลาช้านาน จะด้วยสาเหตุใดไม่ปรากฏ


จากตำนานพระพุทธบาทที่จารึกไว้บนใบลาน ได้เล่าว่าครั้งพุทธกาลสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกโปรด เวไนยสัตว์ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่บริสุทธิ์ด้วยทรงหวังจะให้สัตว์ พ้นทุกข์จากโอฆสงสารอยู่อย่างไม่ย่อท้อพระทัย ณ ปัจจุสมัยใกล้รุ่งของคืนวันหนึ่งขณะที่ทรงแผ่ขอบข่ายแห่งพระญาณอันกว้างใหญ่ หาขอบเขตมิได้ เพื่อตรวจดูเวไนยสัตว์ อันพอที่พระองค์จะโปรดได้นั้นก็ทรงเล็งเห็นว่า นาคราชตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในถ้ำดอยผาหนามปัจจุบันนี้ มีอุปนิสัยที่จะทรงโปรดได้พร้อมกับทรงทราบด้วยพุทธญาณว่าสถานที่นาคราชอยู่ นั้นจะเป็นสถานที่ประกาศสัจจธรรมแห่งพระองค์ที่สำคัญในอนาคตกาล จึงหลังจากสำเร็จพุทธกิจแล้วจึงเสด็จมาสู่สถานที่อันเป็นเขตของหมู่ที่ 16 อำเภอลี้ ในปัจจุบันนี้ และทรงพักผ่อนพระอริยาบถ ณ ผาลาด ซึ่งในปัจจุบันนี้ ยังปรากฏหลักฐานอยู่ ณ ท่ามกลางแม่น้ำลี้ ๆ กับดอยผาหนาม




จะกล่าวถึง นาคราชยักษ์ตนดังกล่าว ครั้งนั้นได้อาศัยอยู่ในถ้ำใต้ดอยผาหนามมีนิสัยดุร้ายชอบจับคนและสัตว์กิน เป็นอาหารอยู่เสมอ โดยสั่งสมปาณาติบาทบาปเป็นจำนวนมาก ในวันที่พระพุทธองค์มาประทับอยู่ที่ผาลาดนั้น มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้ท่องเที่ยวมาตามประสาผ่านมาที่หน้าถ้ำอันเป็นที่ สถิตอยู่ของพญานาคเกิดความหิวน้ำ เห็นแองน้ำเล็ก ๆ ที่หน้าถ้ำจึงตรงเข้าไปทางที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ โดยมีนาคราชยักษ์ไล่ตามไปติด ๆ จนสุนับจิ้งจอกอ่อนแรง ด้วยความหิวกระหายบวกกับความเหนื่อย ก็ พอดีมันมาซวนเซวซบแทบพระบาทของพระศาสดาพอดีด้วยอาการที่สิ้นแรงพระองค์จึง เอื้อมพระหัตถ์ลูบหัวมันด้วยพระเมตตา แล้วทรงให้พระดรรชน์จิ้มตรงแผ่นหิน ทันใดนั้น ก็มีสายน้ำพุ่งขึ้นมาด้วยพุทธปาฏิหาริย์ให้สุนัขจิ้งจอกได้ดื่มกินให้สมอยาก

ฝ่ายพญานาคไล่ตามมาถึง เห็นสุนัขจิ้งจอกอยู่แทบพระบาทพระพุทธองค์ ก็มิอาจเข้าใกล้ได้ด้วยอำนาจพุทธฤทธิ์ จึงหันกลับมาสู่ถ้ำด้วยความโกรธ และอาฆาตในพระองค์ที่ทรงขัดขวางไม่ให้มันกินสุนัขจิ้งจอกได้สมใจ หลังจากที่ทรงช่วยสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นพ้นภัยแล้ว พระองค์จึงเสด็จมาที่ดอยผาหนาม พญานาคเห็นพระองค์เสด็จมาดังนั้น จึงเนรมิตให้ดอยทั้งลูกปรากฏเป็นหนามอันแหลมคมไปหมด หวังจะไม่ให้ พระองค์ขึ้นไปบนดอยได้พร้อมทั้งแผ่พังพานกั้นทางเสด็จ


พระพุทธองค์ทรงเล็งเห็นว่า จะโปรดนาคราชตัวนี้โดยมิได้ข่มมานะทิฐิเสียก่อนมิได้ จึงเหาะขึ้นบนอากาศด้วยพุทธฤทธิ์ แล้วเหยียบพระบาทลงบนพังพานกดเศียรพญานาคลงกับพื้นหิน จนพญานาคกระดิกกระเดื้ยไม่ได้ แล้วมันก็หายตัวไปด้วยอิทธิวิธี พระองค์จึงเสด็จเข้าไปในถ้ำที่อยู่ของพญานาค สักครู่หนึ่งก็มีมานพคนหนึ่ง มีรูปกายสวยงามเข้ามาหาพระองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่า มานพคนนี้คือพญานาคจำแลงมานั้นเองฝ่ายมานพจำแลง หลังจากกราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์แล้ว จึงทูลขึ้นว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญท่านเป็นผู้มีวรรณผิวพรรณอันผ่องใส มีสายพระเนตประจุด้วยเมตตาอะไรหนอที่ทำให้ท่านเป็นดังนี้" พระพุทธองค์จึงตรัสว่า "ดูกรนาคราชเราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เว้นจากการเบียดเบียน เมื่อใจเราปราศจากกิเลศ เหตุเศร้าหมอง ใจเราจึงผ่องแผ้ว เมื่อใจเราผ่องแผ้ว ร่างกายเราจึงผ่องใส" พญานาคได้ฟังพุทธดำรัสดังนั้น ก็เกิดความเลื่อมใส ทราบด้วยอุปนิสัยว่านี้คือพระพุทธเจ้า จึงเกิดปิติแล้วทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์มีความทุกข์ขิ่งนัก ร้อนรนด้วยการแสดงหา ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งแก่ข้า พระองค์ด้วยเถิด" พระองค์จึงตรัสสอนว่า "ดูกรนาคราช การแสวงหาย่อมเป็นความทุกข์การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมทำให้เกิดความร้อนรน การวนกระวาย ท่านจงมีศีลเป็นเครื่องทรง แล้วตั้งตนอยู่ในธรรม ท่านจะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความสุขที่แท้จริง


แล้วทรงประทานศีลให้นาคราชสมาทานและตรัสธรรมกต สอบสั่งให้สัคคาถาหลังจากจบเทศนาพญานาคมีปิติมีน้ำตาอังอายหน้าด้วยความซาบ ซึ้งแต่มิอาจบรรบลุธรรมได้เพราะมีชั้นภูมิเป็นสัตว์เดรัจฉาน พระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่หลังดอยทรงอธิษฐานเหยียบประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่ แผ่นหินแล้วตรัสกับนาคราชว่า "ดูกร นาคราช ท่านจงรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้เถิด เพราะต่อไปในอนาคตรอยพระบาทแห่งนี้จะเป็นที่แห่งมหาชนมาบูชา เป็นสังเวชนียสถานเมื่อเขาทั้งหลายได้มาถึงน้อมรำลึกถึงเราย่อมเข้าถึงธรรม เหตุนั้นเขาทั้งหลายย่อมมีความสุข มีสุขคติเป็นที่หวัง"


หลังจากโปรดพญานาคแล้วพระองค์จึงเสด็จกลับ ฝ่ายพญานาคสมาทานศีลตั้งมั่นอยู่ในธรรมมิหวั่นไหว เมื่อขาดจากการจังสัตว์กินเป็นอาหารร่างกายก็อยู่ไม่ได้จึงถึงแก่ความตาย ด้วยอานิสงส์แห่งศีล และการได้สดับธรรมจากพระโอษฐ์แห่งพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นรุยเทพดา มีวิมานอันเป็นทิพย์ สถิตอยู่ ณ ถ้ำผาหนาม รักษาพระพุทธบาทอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ และจะได้หลุดพ้นเป็นพระอรหันต์ก็ในอนาคตกาลเมื่อพระศรีอาริยเมตไตรยเสด็จ อุบัติขึ้นแล้วในโลก ตำนานผาหนามก็จบลงเพียงเท่านี้


หลังจากนั้น รอยพระพุทธบาทแห่งนี้ก็ถูกค้นพบและมีศรัทธาพุทธศาสนิกชนมานมัสการมิได้ขาด จนเกิดความเจริญรุ่งเรืองกลายเป็นวัดโดยมีหลักฐานการครอง การสร้างวัดผาหนามจากพระเถรานุเถร เท่าที่ทราบตามลำดังดังนี้


1. พระครูบามหารัตนาคร                 
2. ครูบาปินใจ                      
3. ครูบาพุทธิมา
4. ครูบาสุนันทะ                               

5. ครูบาจันทร์แก้ว               
6. ครูบาก๋า
7. ครูบาอินตุ้ย                                   
8. ครูบาสุยะ


หลังจากท่านครูบาสุยะเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่า วัดพระพุทธบาทผาหนาม มีเจ้าอาวาสชื่อใดครอบครองอีก และวัดแห่งนี้ก็ผุพังรกร้างไปตามกาลเวลา เข้าใจว่าบ้านเมืองระยะนั้นคงจะเกิดภัยสงคราม



จนกระทั่งถึงปี 2507 ท่านครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี จึงร่วมกับราษฎรหมู่บ้านผาหนาม ซึ่งได้อพยพมาจากอำเภอฮอด อันเนื่องมาจากน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนภูมิพล จ. ตาก และศรัทธาพุทธศาสนิกชนจากที่ต่าง ๆ ช่วยกันสร้างวัดขึ้นอีก จนเจริญรุ่งเรืองถึงปัจจุบันนี้ สมกับพุทธทำนายที่ทรงพยากรณ์ไว้ว่า "สถานที่แห่งนี้จะเจริญเป็นสังเวชนียสถาน และประกาศพระสัทธรรม แก่ผู้แสวงหาต่อไปในอนาคตกาล"





 

ดู วัดพระพุทธบาทผาหนาม ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
ข้อมูล/ภาพประกอบจาก :
http://dhamma.pongkorn.net/watpanam
  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  ค้นหาที่กินที่เที่ยว

  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:33 อ่านแล้ว : 4071 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 19 พ.ย. 2558 21:40:28 อ่านแล้ว : 4213 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 399 บาท
ปรับปรุง : 9 พ.ย. 2558 21:26:14 อ่านแล้ว : 6051 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 15 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:22 อ่านแล้ว : 4216 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ดูทั้งหมด